Department of Microbiology

ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

* * * * ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภาควิชาจุลชีววิทยา * * * *

ประวัติภาควิชาจุลชีววิทยา

ประวัติภาควิชาจุลชีววิทยา

   โดยนิตินัยแล้วภาควิชาจุลชีววิทยาเป็นภาควิชาใหม่ ซึ่งจัดตั้งเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2524 แต่ได้มีการจัดการเรียนการสอนในด้านนี้ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนการจัดตั้ง คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อวิชาว่าแบคทีเรียวิทยา โดยมี ดร.ก่าน ชลวิจารณ์ Professor Dr. C.R. Hoermer ศ.ดร.ทวี ญาณสุคนธ์ และ ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์เป็นผู้บรรยายต่อเนื่องกันมา ส่วนภาคปฏิบัติการนั้นดำเนินการโดยภาควิชากีฎวิทยาและโรคพืช ซึ่งในระยะแรกอาจารย์ที่รับผิดชอบ ได้แก่ อ.ศักดิ์ศิริ เกิดปรีดี และอ.อนงค์ จันทรศรีกุล ต่อมา ผศ. อรุณ จันทนโอ และ ผศ. ดร.ไพโรจน์ พวงสุวรรณ จึงมารับภาระแทนจนถึงพ.ศ. 2506 จึงได้เริ่มมีการสอนภาคปฏิบัติการขึ้นเป็นครั้งแรกในภาควิชาชีววิทยา วิชาที่เปิดสอนในครั้งนั้นได้แก่วิชาจุลชีววิทยาทางดินสำหรับนิสิต ภาควิชาปฐพีวิทยา และเมื่อ พ.ศ. 2507ได้เริ่มเปิดสอนวิชาจุลชีววิทยาทางอาหารให้กับนิสิตภาควิชาวิทยาศาสตร์ การอาหาร อาจารย์ผู้รับผิดชอบการสอนวิชาดังกล่าวในครั้งนั้นได้แก่ ศ.ดร.ทวีญาณสุคนธ์, ผศ. สุราษฎร์ กุฎอินทร์ และ ผศ.นภา โล่ห์ทอง โดยที่ในขณะนั้นภาควิชาต่างๆที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นยังสังกัดคณะเดียวกันคือ คณะกสิกรรมและสัตวบาล

การจัดตั้งองค์กรและการพัฒนาบุคคลากร

การจัดตั้งองค์กรและการพัฒนาบุคคลากร

   ในปี พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มตั้งคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยฯ มีนโยบายให้ภาควิชาชีววิทยาซึ่งได้ย้ายมาสังกัดคณะใหม่นี้รับผิดชอบงานสอน วิชาเบื้องต้นซึ่งได้เปลี่ยนชื่อจากแบคทีเรียวิทยามาเป็นวิชา จุลชีววิทยาทั่วไปทั้งภาคบรรยายและปฏิบัติการ ในระยะที่เริ่มตั้งคณะวิทยาศาสตร์ฯนั้นสายงานด้านจุลชีววิทยายังค่อนข้าง ใหม่สำหรับประเทศไทย และยังไม่มีสถาบันใดผลิตบุคลากรด้านนี้ในระดับปริญญาตรี ศ.ดร. ทวี ญาณสุคนธ์ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นบูรพาจารย์และนักจุลชีววิทยาคนแรก ของประเทศไทยซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และหัวหน้าภาควิชา จุลชีววิทยา ไว้เป็นหลักสูตรหนึ่งของภาควิชาชีววิทยาตั้งแต่ทั้งๆที่เริ่มงานนั้นสายงาน งานด้านนี้มีอาจารย์ประจำที่รับผิดชอบเพียง 4 ท่านเท่านั้นและไม่สามารถหาบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์เพิ่มได้ทันที เนื่องจากยังมีผู้ศึกษาในด้านนี้น้อยมากจึงได้มีนโยบายที่จะผลิตบุคคลากรทาง จุลชีววิทยาในระดับปริญญาโทควบคู่กันไปกับการเปิดหลักสูตรปริญญาตรี เป็นการเปิดโอกาสให้อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาในระดับปริญญาโทควบคู่กันไปกับ การเปิดหลักสูตรปริญญาตรี เป็นการเปิดโอกาสให้อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาที่มีความประสงค์จะสอนในสายงาน ด้านนี้ได้เพิ่มพูนความรู้ โดยใช้วิชาในระดับปริญญาตรีที่จบมาเป็นนานนอกจากอาจารย์แล้วยังมีบัณฑิตที่ จบจากคณะต่างๆ และสถาบันอื่น มาเรียนต่อหลายคนด้วยกันซึ่งผู้ที่เข้าเรียนในรุ่นแรกๆ นั้นได้เป็นกำลังสำคัญต่อการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีและการสอนวิชาพื้น ฐาน โดยที่ระหว่างเรียนจะต้องทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนไปด้วย และส่วนใหญ่ได้รับการบรรจุเป็นเป็นอาจารย์ประจำต่อมาซึ่งเป็นกลวิธี อันชาญฉลาดที่ ศ.ดร.ทวี ญาณสุคนธ์ได้ใช้ในการจัดหา และพัฒนาบุคลากรของภาควิชาฯ

   การให้การศึกษาทั้งสองระดับปริญญาดังกล่าวแล้ว จำเป็นต้องอาศัยอาจารย์พิเศษที่เสียสละเวลามาร่วมสอนหลายท่านด้วยกัน   ได้แก่ ดร.ฤกษ์ ศยามานนท์, ดร.มาลี สุวรรณอัตถ์, ศ. ดร. พรชัย มาตังคสมบัติ, ศ. ดร. สถิตย์ สิริสิงห์, รศ. นพ. ประหยัด ทัศนาภรณ์, ศ.นพ. สุขุม ภัทราคมซึ่งนับได้ว่าท่านเหล่านี้ได้ร่วมในการพัฒนาภาควิชาจุลชีววิทยาให้มา ถึงจุดหมุ่งหมายในวันนี้ได้

   เมื่อภาควิชาชีววิทยาได้ดำเนินการสอนในระดับ ปริญญาโทมาได้ระยะหนึ่งทบวงมหาวิทยาลัยฯ ได้ร่วมโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยโดยให้มีการสอนระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาต่างๆ เพื่อผลิตอาจารย์ให้กับมหาวิทยาลัยซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับมอบหมาย ให้ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโททางด้านจุลชีววิทยาเมื่อ พ.ศ. 2513โดยโครงการนี้บริหารในรูปของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยอาจาาย์จากภาคและ คณะต่างๆ ในสายงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรศ.ดร.ประเสริฐ สายสิทธิ์เป็นประธานโครงการขึ้นตรงต่อคณะวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งทั้งโครงการนี้และสายงานจุลชีววิทยาที่สังกัดภาควิชาชีววิทยาได้ส่ง เสริมซึ่งกันและกัน ทั้งในด้านอาจาย์ผู้สอนและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆและบัณฑิตที่จบจากโครงการนี้ หลายท่านด้วยกันได้มาเป็นกำลังสำคัญของ ภาควิชาจุลชีววิทยาต่อมาโครงการบัณฑิตศึกษานี้ได้อยู่ในความรับผิดชอบของภาค วิชาฯ ในปัจจุบัน

   การพัฒนาบุคลากรของภาควิชาฯมิได้หยุดยั้งอยู่ เพียงนี้ กล่าวคือมีอาจารย์เป็นจำนวนมากที่ได้ไปศึกษาต่อถึงระดับปริญญาเอก และเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์จากการไปฝึกอบรมและทำการวิจัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อมีโครงการ ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและ Japanese Society for the Promotion of Science (JSPS) ซึ่งในสาขาจุลชีววิทยามีศ.ฮิซาฮารุ ทะกุจิเป็นผู้ประสานงานฝ่ายญี่ปุ่น และ ศ.ดร.ทวี ญาณสุคนธ์เป็นผู้ประสานงานฝ่ายไทยผลจากโครงการนี้ทำให้อาจารย์ของภาควิชานี้ ได้มีโอกาสไปศึกษา ดูงานและทำการวิจัยที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เริ่มโครงการในปี พ.ศ. 2521 มาจนถึงปัจจุบันเป็นประจำทุกปีนอกจากนั้นภาควิชาฯยังได้รับอาจารย์ที่มีวุฒิ ความรู้และประสบการณ์เพิ่มขึ้นตามความจำเป็นของภาระงานที่มากขึ้น และการเอื้ออำนวยด้านงบประมาณและได้เชิญอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญชาวต่าง ประเทศมาร่วมให้ความรู้ ตัวอย่างเช่น Professor Dr. Emory Guy Simmonsได้มาร่วมสอนและให้ความรู้ด้านเชื้อรา ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 ถึงปัจจุบันเป็นประจำ

   ในด้านการจัดตั้งองค์กรแล้ว ภาควิชานี้เริ่มจากสายงานหนึ่งของภาควิชาชีววิทยาที่มีอาจารย์ประจำเพียงไม่ กี่ท่านในปี พ.ศ.2509โดยใช้ชั้นล่างของตึกห้องสมุดหลังแรกของมหาวิทยาลัยฯ เป็นที่ทำการวิจัยและทำงานของ ทั้งอาจารย์และนิสิต (ตึกนี้ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นศูนย์วางแผนพัฒนาการเกษตรของอาเซียน) โดยทำการสอนที่ตึกซึ่งในสมัยนั้นเรียกกันว่าตึกสี่ชั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ทำการของกองประเมินผล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในปี พ.ศ.2515อาจารย์และนิสิตปริญญาโทได้ย้ายมาอยู่ที่ตึกชีววิทยาปัจจุบัน โดยได้เนื้อที่ใช้สอยประมาณครึ่งหนึ่งของชั้นสาม ส่วนการสอนวิชาเบื้องต้นนั้นยังคงดำเนินการอยู่ที่เดิม และเปลี่ยนจากสายงานมาเป็นสาขาวิชาเมื่อ พ.ศ.2517 ใน พ.ศ. 2522 สาขาฯ ได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบันซึ่งดำเนินกิจกรรมทุกอย่างของสาขาฯโดยใช้พื้นที่ตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 4 และ ชั้น 6 บางส่วนของตึกสาขาวิชาฯได้รับการแต่งตั้งให้เป็นภาควิชาเป็นทางการตามประกาศ ในพระราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2524

การพัฒนาอุปกรณ์การสอนและการวิจัย

การพัฒนาอุปกรณ์การสอนและการวิจัย

   นอกเหนือจากการเตรียมกำลังคนแล้ว การพัฒนาและจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในการที่จะทให้ภาควิชาดำเนินการมาสู่จุดมุ่งหมายดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในสมัยที่เริ่มการสอนปฏิบัติการวิชาจุลชีววิทยาทางดินในพ.ศ. 2506 และวิชาจุลชีววิทยาทางอาหารใน พ.ศ. 2507นั้นได้ใช้เครื่องมือหลักร่วมกับสายงานอื่นๆ ของภาควิชาชีววิทยาเช่นตู้อบฆ่าเชื้อซึ่งมีเพียง 1 ตู้ ส่วนหม้อนึ่งอัดความดันไอนั้นมีหม้อ Prestige ขนาด 20 ควอร์ท เพียง 1 ใบเช่นกัน ซึ่งจะต้องให้ความร้อนโดยใช้เตาน้ำมันก๊าดสูบลมสำหรับเครื่องแก้วและอุปกรณ์ อื่นๆ นั้น เนื่องจากมีนิสิตไม่เกิน 20 คน ในแต่ละวิชาปัญหาในขณะนั้นจึงมีไม่มากนัก ในขณะนั้นภาควิชาฯยังไม่มีเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่ล้างเครื่องแก้วไปจนถึงการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ

   ถึงแม้ว่าาก่อนหน้าที่จะจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ ได้มีการเตรียมการในเรื่องของเครื่องมือประเภทครุภัณฑ์เพิ่มขึ้น เช่นหม้อนึ่งอัดความดันไอไฟฟ้า ตู้อบ ตู้บ่มเชื้อ กล้องจุลทรรศน์ ซึ่งบางส่วนได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิ รอคกี้เฟลเลอร์แต่ในเรื่องของเครื่องแก้วและอุปกรณ์อื่นๆนั้น กล่าวได้ว่ามีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนนิสิตโดยเฉพาะสำหรับวิชาพื้นฐาน ที่ต้องสอนให้กับนิสิตคณะเกษตร ประมง วนศาสตร์และนิสิตของคณะวิทยาศาสตร์ฯ เองซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะไม่น้อยกว่า 300 คนต่อภาคการศึกษา ถึงแม้ว่าในระยะที่เริ่มตั้งคณะใหม่นั้น คณะวิทยาศาสตร์ฯ จะได้งบประมาณค่อนข้างสูง แต่ภาควิชาชีววิทยาเป็นภาคที่มีสายงานที่ต้องรับผิดชอบหลายสายงานด้วยกัน งบประมาณที่จะจัดสรรให้แต่ละสายงานได้จึงไม่มากเท่าที่จำเป็นจะต้องใช้ กอรปกับลักษณะงานทางจุลชีววิทยาต้องใช้วัดสุและอุปกรณ์ที่แตกต่างจากสายงาน อื่นๆ จึงเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักที่จะจัดหาเครื่องมือของใช้ต่างๆ ให้พอเพียงได้จากงบประมาณที่มีอยู่ทำให้ต้องเลือกซื้อของจากต่างประเทศเฉพาะ ที่จำเป็นจริงๆ เช่นจานเพาะเชื้อก็จะสั่งซื้อตัวจากงบประมาณที่มีอยู่ทำให้ต้องเลือกซื้อของ จากต่างประเทศเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เช่นจานเพาะเชื้อก็จะสั่งซื้อตัวจานที่เป็นแก้วเท่านั้นส่วนฝาครอบนั้นใช้ฝา อลูมิเนียมซึ่งราคาถูกกว่ากันมาก การที่ต้องใช้เงินให้ได้ประโยชน์สูงสุดนี้ทำให้ต้องสนใจข่าวการปรับเงินตรา ต่างประเทศไปด้วย ในช่วงที่มีการลดค่าเงินปอนด์ของอังกฤษจากปอนด์ละ60 บาท ลงมาเหลือ 45 บาทนั้น เป็นปีที่ได้จัดซื้อเครื่องแก้วที่จำเป็นจากประเทศนี้มากที่สุดโดยที่ได้ ปริมาณของเพิ่มขึ้นถึง 25% จากงบประมาณเท่าเดิม

   ถึงแม้เครื่องแก้วบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องใช้ของ ต่างประเทศ เช่นขวดใส่อาหารเลี้ยงเชื้อก็ยังขาดแหล่งที่จะสั่งซื้อได้ครั้งละมากๆ อาจาาย์ที่รับผิดชอบตั้งหมั่นแวะเวียนไปร้านขายขวดใช้แล้วที่สะพานขาว เพื่อเลือกซื้อขวดที่จะนำมาใช้ในงานสอนได้ในขณะนั้นอุปกรณ์อื่นๆ เช่นลูปเชี่ยเชื้อ ที่วางสไลด์เพื่อย้อมสี กระป๋องใส่ปิเปตปลอดเชื้อ ตะกร้าใส่หลอดทดลอง และที่วางหลอดทดลอง เป็นต้น ล้วนแล้วแต่ผลิตจากต่างประเทศและราคาแพงทั้งสิ้น จึงต้องดัดแปลงและหาช่างผลิตในประเทศไทย เช่นใช้ลวดอลูมิเนียมซึ่งครั้งแรกนั้นถอดออกมาจากไม้แขวนเสื้อ มาทำด้ามลูปและที่วางสไลด์ สำหรับกระป๋องใส่ปิเปตนั้นได้นำต้นแบบซึ่งเป็นทองแดงซึ่ง ศ.ดร.ทวี ญาณสุคนธ์ได้นำติดตัวกลับมาจากต่างประเทศไปให้ร้านช่างโลหะทำเลียนแบบโดยใช้ แผ่นเหล็กไร้สนิม ซึ่งรุนแรกที่ทำมานั้นไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากตะเข็บหลอมละลายเมื่อนำไปอบฆ่าเชื้อ นอกจากนั้นได้มีการออกแบบตะกร้าและที่วางหลอดแก้วซึ่งทำจากลวดเหล็กไร้สนิม โดยให้ช่างในประเทศผลิต ให้เช่นกัน ภาพที่ยังคุ้นตาในห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยามาถึงปัจจุบันได้แก่ที่วางหลอด แก้วที่ทำด้วยไม้ ซึ่งรุนแรกนั้นทำจากไม้สักทองด้วยฝีมือช่างเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งในปัจจุบันคงยากที่จะหามาใช้ในงานสอนเช่นนี้ได้ ที่วางหลอดไม้สักนี้ถึงแม้ว่าจะถูกกว่าของต่างประเทศมาก แต่ก็ยังแพงเกินกว่าที่จะจัดซื้อเป็นจำนวนมากได้ รุ่นต่อมาจึงได้ใช้ไม้เนื้อแข็งแทนโดยการขอความร่วมมือจากคณะวนศาสตร์ในการ เจาะช่องสำหรับวางหลอดให้ ซึ่งเมื่อเสร็จแล้วราคาตกอันละเพียง 2 บาท เท่านั้น ซึ่งในการจัดเตรียมห้องปฏิบัติการในปัจจุบันจะมองไม่เห็นภาพความยุ่งยากดัง กล่าวเลย เนื่องจากมีแหล่งผลิตของเหล่านี้ในประเทศไทยและสามารถสั่งซื้อได้จากร้านขาย เครื่องวิทยาศาสตร์ทั่วๆไป แนวทางการปฏิบัติดังกล่าวแล้วข้างต้นได้ทำกันมาอย่างต่อเนื่องในภาควิชาจุล ชีววิทยาจนถึงปัจจุบัน และด้วยตะหนักดีว่าของทุกชิ้นล้วนได้มากยาก จึงทำให้เพิ่มความระมัดระวังรักษา ภาพที่อาจารย์จุลชีววิทยาอยู่พร้อมหน้ากันในยามปิดภาคการศึกษาทุกภาค เพื่อตรวจสภาพและทำความสะอาดกล้องจุลทรรศน์นั้นเป็นภาพแห่งความทรงจำอันยาก ที่จะลืมได้

   ในการสร้างภาควิชาฯ นั้นนอกจากจะต้องจัดการในเรื่องการเรียนการสอนแล้ว ยังได้พัฒนาด้านการวิจัยควบคู่กันไปด้วย เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยนั้นส่วนหนึ่งได้จากงบประมาณประจำปี และมีอีกเป็นจำนวนมากที่ได้จากทุนสนับสนุนทั้งในและนอกประเทศและจากการรับ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือที่ราคาสูงเกินกว่าที่จะจัดซื้อได้ด้วยเงินงบ ประมาณ เครื่องมือเหล่านี้ถึงแม้จะอยู่ในหน่วยปฏิบัติการต่างๆ ของภาควิชาฯตามความเหมาะสมของลักษณะงานแต่ในด้านการใช้ประโยชน์แล้ว ทั้งนิสิตและอาจารย์สามารถจะใช้งานได้อย่างทั่วถึงซึ่งเป็นนโยบายหลักในการ ใช้ของทุกชิ้นให้ได้ประโยชน์สูงสุดภาควิชาในวันนี้

   ปัจจุบันภาควิชาฯมีอาจารย์ประจำซึ่งมีคุณวุฒิและ มีความถนัดในลักษณะต่างๆ กัน 25 ท่าน มีสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือเพียงพอสำหรับการเรียนการสอนและงานวิจัยของนิสิตและอาจารย์ ประกอบกับการผสมผสานความรู้ความถนัดของอาจารย์แต่ละท่านภาควิชาฯจึงได้มี ความพร้อมในการผลิตนักจุลชีววิทยาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และร่วมในโครงการปริญญาเอกของคณะวิทยาศาสตร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิตลอดระยะ เวลาที่ผ่านมาภาควิชาฯ ได้ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีไปแล้วประมาณ 460 คน และระดับปริญญาโทประมาณ 240 คน ศิษย์เก่าจุลชีววิทยาทุกรุ่นได้ออกไปเป็นกำลังสำคัญในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภารรัฐและภาคเอกชน ตลอดจนการประกอบอาชีพส่วนตัวโดยได้ให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกับภาควิชาฯ ด้วยดีเสมอมาและมีศิษย์เก่าจำนวนไม่น้อยที่เจริญรุ่งเรืองทำชื่อเสียงให้ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานที่สังกัด ซึ่งเป็นการประกาศเกียรติคุณให้กับภาควิชาอีกทางหนึ่ง

   ภาควิชาฯ ยังได้เปิดสอนวิชาบริการให้กับ่นิสิตต่างคณะทั้งที่วิทยาเขตบางเขนและกำแพง แสน ได้ผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นจำนวนมากและได้ ให้บริการวิชาการแก่สังคมตลอดมานอกจากนั้นอาจารย์ของภาควิชาจุลชีววิทยายัง ได้รับความไว้วางใจ ให้ทำงานทั้งในระดับคณะฯมหาวิทยาลัยฯและระดับชาติ ถึงแม้ว่าชาวจุลชีววิทยาจะภาคภูมิใจในภาควิชาของเราในปัจจุบัน แต่จะยังน้อยกว่าความภูมิใจต่อการที่อาจารย์ ศิษย์เก่า นิสิตปัจจุบัน และเจ้าหน้าที่ทุกระดับของภาคฯได้ร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคนานับประการ ตลอดเส้นทางที่นำภาควิชาฯมาสู่วันนี้ อันจะเป็นแนวทางสำหรับจุลชีววิทยารุ่นหลังในการพัฒนาภาควิชาฯให้เจริญ รุ่งเรืองยิ่งขึ้นในวันหน้า

รายนามหัวหน้าภาควิชา

หัวหน้าสาขาวิชา 

1. ศ. นภา โล่ห์ทอง พ.ศ. 2517-2521 

2. ผศ. สุราษฎร์ กุฎอินทร์ พ.ศ. 2521-2523 

3. รศ. ธงชัย คัมภีร์ พ.ศ. 2523-2524

 

หัวหน้าภาควิชา 

1. รศ. ธงชัย คัมภีร์ พ.ศ. 2524-2527 

2. ดร. มาลี สุวรรณอัตถ์ พ.ศ. 2527-2529 

3. ผศ.พูนพิไล สุวรรณฤทธิ์ พ.ศ. 2529-2531 

4. ดร.วิวัฒน์ แดงสุภา พ.ศ. 2531-2533 

5. อ. จรัญ เจตนะจิตร พ.ศ. 2533-2535 

6. ศ.นภา โล่ห์ทอง   พ.ศ. 2535-2537 

7. รศ.ดร.บุษบา ยงสมิทธิ์ พ.ศ.2537-2539 

8. รศ.ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง พ.ศ. 2539-2541 

9. รศ.ลาวัณย์ ไกรเดช พ.ศ. 2541-2544 

10. อ.ดร.ปราโมทย์ ศิริโรจน์ พ.ศ.2544-2548

11. รศ.ร.อ.ชัยวัฒน์ กิตติกูล พ.ศ.2548-2556

12. ผศ.ดร.นันทนา สีสุข พ.ศ.2556-2559 (กค)

13. ผศ.ดร.วรรณา มาลาพันธ์ุ พ.ศ.2559-2560(กย)

14. รศ.ร.อ.ชัยวัฒน์ กิตติกูล พ.ศ.2560-2561 (กย)

15. อ.เยาวภา อร่ามศิริรุจิเวทย์ พ.ศ.2561-

 

อตีตคณาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา 

ศ.ดร.ทวี ญาณสุคนธ์

ดร. มาลี สุวรรณอัตถ์

ดร.ประเสริฐ สายสิทธิ์

อ. ยุทธนา ลิมปอมร

อ. วิโรจน์ วัฒนกุล

 

อาจารย์ที่ถึงแก่กรรม

1. อ.ดีพร้อม ไชยวงษ์เกียรติ